รีวิว นาคี2 2018 สนุกหรือไม่มาดูกัน

นาคี ละครที่บรรลุผลสำเร็จด้านกระแสตอบรับเป็นอย่างมาก ทำให้พี่อ๊อฟ-ดงษ์พัฒน์ ได้ได้โอกาสทำ นาคี 2 ถัดมา ในลักษณะของภาพยนตร์ โดยเรื่องราวของภาคนี้จะอยู่ในปัจจุบัน (มองจากรถยนต์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ อื่นๆอีกมากมาย) คาดว่าน่าจะกำเนิดข้างหลังภาคแรกหลายสิบปีอยู่

ดังนี้ ไม่มีความจำเป็นต้องมองละครหรือเข้าใจของภาคแรกมาก่อนก็พอสมควรเข้าใจ เพราะว่าตอนเปิดเรื่องเค้ามีเล่าย้อนอดีตแบบบรีฟๆให้ก่อน (ผู้ที่เคยมองภาคแรกมาก็นับว่าได้ทวนความเดิมเวลาที่แล้ว) แม้กระนั้นมันจะมีตอนที่เลยครึ่งของเรื่องไปแล้ว ที่ผู้ที่ไม่เคยมองภาคแรกบางทีอาจจะ เอ๊ะๆรวมทั้งดีเลย์ไปบ้างนิดหน่อย เนื่องจากว่าตอนเปิดเรื่องหนังอ้างถึงแต่ว่า เจ้าแม่นาคี (แต้ว ณฐพร) กับอ้ายทศพล (เคน ภูเขาภูเขาไม่) แต่ว่ามิได้กล่าวถึงผู้แสดงลำเจียก (อุ้ม ลักขณา) สาวประชาชนที่หลงใหลอ้ายทศพล

นักแสดงจากภาคแรก (เจ้าแม่นาคี, ทศพล, และก็ลำเจียก) ออกมาไม่มากมายในช่วงท้ายๆเพราะว่าหัวข้อนี้ย้ำที่ผู้แสดงแบบใหม่แล้ว แม้กระนั้นแต้วก็เด่นทะลุหน้าจอรวมทั้งทำให้หนังชวนมองมากยิ่งกว่าเดิมจริงๆส่วนตัวละครแบบใหม่ ก็จำต้องพูดว่าโชคดีที่ได้คู่ขวัญอย่างที่เดโชน์-ญาญ่า ซึ่งน่าสนใจทั้งยังรูปพรรณสัณฐานรวมทั้งมีฝีมือทางการแสดงระดับหนึ่ง ก็เลยไม่จมไปกับเส้นเรื่องที่แบนราบ

ตัวเอกของภาคนี้เป็น สร้อย (ญาญ่า) สาวราษฎรที่เคารพนับถือเลื่อมใสเจ้าแม่นาคีมากมาย กับสารวัตรคนใหม่ที่เพิ่งจะย้ายมา (ณเดชะน์) ระยะนี้มีศพตายปัญหาหลายศพ ทุกศพราวกับโดนสัตว์ใหญ่รังแก แล้วก็ต่างเป็นคู่อาฆาตของสร้อยทั้งมวล ทำให้มีอาการชาวบ้านเพ่งเล็งว่าเป็นฝีมือสร้อยรวมทั้งมั่นใจว่าสร้อยเป็นร่างของพญานาค กระทั่งกำเนิดเป็นวิธีการล่าแม่มด (เสมือนอีคำแก้วหรือแต้วในภาคก่อน)

เรื่องราวโดยรวม โดยยิ่งไปกว่านั้นครึ่งแรกของหนัง ยังมีความเป็นละครมากยิ่งกว่าเป็นภาพยนตร์ เส้นเรื่องสำคัญๆไม่ต่างจากภาคแรกมากเท่าไรนัก ราวกับเอาการเดิมมาอัพเกรด มาใส่สิ่งที่ภาคที่แล้วเพราะเหตุใดได้ลงไป ดังเช่น… ซีจีดียิ่งขึ้น ถ่ายรูปงามขึ้น อื่นๆอีกมากมาย แม้กระนั้นก็มีเพิ่มความ comedy สิตคอมจากฝั่งตำรวจนิดหนึ่ง แล้วก็เพิ่มพาร์ทสอบสวนมากขึ้นเรื่อยๆด้วยเหตุว่าผู้แสดงนำชายเป็นนายตำรวจไฟแรง มิได้เป็นนิสิตโบราณคดีวิทยาเสมือนอ้ายทศพล แต่ว่าทั้งผองทั้งหลายทั้งมวลนี้ พวกเราก็ยังรู้สึกว่า เรื่องมันสเกลปกติไปหรือไม่สำหรับเพื่อการลงทุนเอาเจ้าแม่นาคีไปโลดแล่นบนจอภาพยนตร์

แม้ว่าหลักสำคัญเล็กใหญ่จะค่อนข้างจะซ้ำจากภาคแรก แต่ว่าดีเทลนิดหน่อยที่สะท้อนสังคม (แม้ว่าจะไม่ใหม่นั่นแหละ) ก็เป็นสิ่งที่ช่วยยกฐานะโครงเรื่องหลัก ดังเช่นว่า ความศรัทธาของราษฎรที่ยังคงยึดอยู่กับสิ่งเหนือธรรมชาติหรือเทพนิยายสืบๆกันมา แล้วก็มุกขบขันเก่าอย่างตำรวจขั้นนายสิบพูดจากวนใจใส่ชายหนุ่มหน้าละอ่อนก่อนที่จะกลับคำเกือบจะไม่ทันเมื่อรู้ดีว่าเขาเป็นสารวัตรคนใหม่ ซึ่งสะท้อนระบอบการเลือกปฏิบัติจากชนชั้นดังเดิม ไม่ว่าจะกี่สมัยกี่ยุคผ่านไป เรื่องเหล่านี้ก็ยังคงจริงในสังคมไทย แต่ว่าก็ยังไปได้ไม่ไกลและไม่ลึกพอเพียงอย่างที่ควรเป็นไปได้

ขณะที่บทและก็การเดินเรื่องเป็นข้อเสียสำคัญ แต่ว่าไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่า ซีจีพญานาคในองก์ท้ายที่สุดเริ่ดจริงๆราวกับมังกร Game of Thrones ซึ่งนับว่าทำเป็นสูงยิ่งกว่ามาตรฐานซีจีภาพยนตร์ไทยอยู่ไม่น้อย แล้วก็ที่ยอดเยี่ยมเป็นงานควบคุมภาพที่งามอินเตอร์มากมายของ สยมภูเขา มุกดีพร้อม (Call Me by Your Name และก็คุณลุงบุญมีระลึกชาติ) ที่ช่วยทำให้เรื่องที่เสมือนละค้อนละคอนในขั้นแรกนั้นมองไม่ละครจนถึงเกินความจำเป็น

ตอนองก์ท้ายที่สุดของหนัง ถ้าเกิดขี้บ่นก็บางทีอาจเป็นการสปอยล์ ก็เลยขี้บ่นมิได้ แม้กระนั้นก็ไม่ไม่สามารถพูดได้ เพราะเหตุว่าเป็นพาร์ทที่ผู้ชมออกจะเสียงแตกหนุ่ม ส่วนตัวเรา พวกเรามีความรู้สึกว่ามันไม่ใช่จุดหักเหแล้วก็ข้อสรุปที่ห่วยแตก แถมหากประพฤติดีๆมันบางทีอาจขยายจักรวาลหรือสร้างภาคถัดไปได้อีก แต่ว่าเพียงแค่ขณะนี้การเล่าเรื่องยังไม่ดีเพียงพอสมกับที่มักใหญ่ใฝ่สูง ด้วยเหตุนั้นแทนที่พวกเราจะ “ว้าว!” มันก็ได้เพียงแค่คิดว่า “อิหยังวะ / WTF” ท้ายที่สุดพวกเราก็เลยมีความคิดว่า “จบแบบเดิมที่จบในละคร มันก็เพอร์เฟ็คในตัวมันเองดีอยู่แล้ว”

โดยรวม ราวกับมองละครที่โปรดักชั่นดียิ่งขึ้นบนจอภาพยนตร์ ซึ่งก็รื่นเริงนะ สนุกสนานนะ แต่ว่าก็ในระดับเดียวกับละครข้างหลังข่าวสารทั่วๆไป เสียดายที่สเกลเรื่องไม่ใหญ่พอเพียงแล้วก็เล่าอย่างตื้นในขณะที่อุตส่าห์ได้ช่องมาทำเป็นหนังใหญ่แท้ๆแม้กระนั้นสิ่งที่น่าสนับสนุนเป็น มันเป็นภาพยนตร์ไทยที่พวกเราดูแล้วพวกเรามองเห็นในความตั้งอกตั้งใจ ความเพียรพยายาม แล้วก็ความทะยานอยากที่จะทำหนังของบ้านวชิรบรรควรนะ ซึ่งคนประเทศไทยที่ทำหนังปกติบางบุคคลยังขาดสิ่งสำคัญกลุ่มนี้

คะแนนตามความพอใจส่วนตัว สำหรับ นาคี 2  6.5/10